[รีวิวซีรีส์] The Last of Us
รีวิวซีรีย์,  รีวิวซีรี่ใหม่

[รีวิวซีรีส์] The Last of Us 

หากพูดถึงหนังหรือซีรีส์ที่เอาวีดีโอเกมมาดัดแปลง ส่วนใหญ่คอหนังหรือแฟนเกมจะมีมติเอกฉันท์ในด้านความผิดหวังทั้งการดัดแปลงตามความคาดหวังของเกมเมอร์และมาตรฐานการเล่าเรื่องที่ตรงใจผู้ชม ด้วยข้อจำกัดของขอบเขตเรื่องเล่าที่ต่างกัน แต่แล้วการมาถึงของโปรเจกต์ ‘The Last of Us’ ของ HBO ก็กำลังมาท้าทายอาถรรพ์ของซีรีส์ดัดแปลงจากวีดีโอเกมด้วยบทภาพยนตร์และโปรดักชันที่ไม่ยอมให้เกมในตำนานต้องเสื่อมเกียรติยศสุดยอดเกมที่สอยรางวัลมามากมายในปี 2013

โดยเรื่องย่อของซีรีส์ก็เดินตามพิมพ์เขียวเดียวกับในวีดีโอเกมของค่ายนอตีด็อก (Naughty Dog) เมื่อโลกถูกโจมตีด้วยเชื้อราคอร์ไดเซ็ปส์ (Cordyceps Fungus) ทำให้มนุษย์ที่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้และสัตว์ประหลาด โจเอล (เปโดร ปาสคาล Pedro Pascal) ชายหนุ่มที่ใจสลายจากการสูญเสียคนในครอบครัวจำต้องพา เอลลี (เบลลา แรมซีย์ Bella Ramsey) เดินทางฝ่าด่านเหล่าอมนุษย์เพื่อพาเธอไปยังพื้นที่ปลอดภัย และความลับบางอย่างของเอลลีอาจเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษยชาติ

ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะครับว่าทาง HBO อนุญาตให้ทาง Beartai Buzz รีวิวเฉพาะตอนแรกที่จะออกฉายในวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566 เท่าน้้น ดังนั้นความลับหลายอย่างของซีรีส์เราจึงขอสงวนไว้เพื่อความบันเทิงของผู้ชมทุกท่าน ซึ่งต้องยอมรับว่าในกระบวนการทำซีรีส์ ตอนนำร่องหรือ ไพลอต (Pilot) ถือเป็นตอนที่วัดใจคนดูจริง ๆ เพราะการที่ซีรีส์จะดึงคนดูได้หรือไม่ตอนไพลอตคือการวางเดิมพันทั้งโทนเรื่อง ปูพื้นตัวละคร ไปจนถึงจังหวะการเล่าเรื่องว่าคลิกกับคนดูหรือไม่

Beartai Buzz รีวิว The Last of Us ตอนแรก
Beartai Buzz รีวิว The Last of Us ตอนแรก

สำหรับตอนไพลอตของ ‘The Last of Us’ ต้องบอกว่าทำได้ไม่น่าผิดหวังเลยครับ แม้จะเล่นโทนดราม่าเป็นหลักกว่า 70% แต่พอถึงฉากระทึกขวัญหลายซีนที่ซีรีส์ยกมาจากเกมก็ทำได้ดีมาก เรียกได้ว่านึกถึงฉากไหนตอนเล่นเกมฉากนั้นปรากฎขึ้นมาเลยทั้งฉากเมืองหลังเหตุโลกาวินาศ ไปจนถึงซีนที่โจเอลต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้เชื้อราในที่มืดที่ยังอุตส่าห์เอาการจัดแสงแบบไฟฉายส่องไปที่ซับเจกต์แบบเดียวกับเกมมาใช้ได้อย่างกลมกลืน

ยังไม่รวมถึงเพลงประกอบที่เป็นจุดที่โดดเด่นมากของเกมอย่างเพลง ‘Alone and Forsaken’ ของ แฮงค์ วิลเลียมส์ (Hank Williams) และบรรดาเพลงคันทรีที่ถูกเอามาร้อยเรียงในฉากจำมากมายจากเกมก็ยิ่งเสริมส่งให้ผู้ชมเหล่าเกมเมอร์ฟินกันกระจายเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ และน่าจะคาดหวังได้เลยว่าตอนต่อจากนี้ในซีรีส์จะยังคงโทนการเล่าเรื่องที่เข้มข้นผสมผสานกับการคงจิตวิญญาณจากเกมต้นฉบับไว้ไม่เสียชื่อผู้สร้างอย่าง เคร็ก เมซิน (Craig Mazin) โชว์รันเนอร์ ‘Chernobyl’ ซีรีส์สุดยอดเยี่ยมของ HBO ที่ได้มาร่วมงานกับ นีล ดรักแมน (Neil Druckmann) ผู้สร้างเกมต้นฉบับจากนอห์ตีด็อก

ADVERTISEMENT

Beartai Buzz รีวิว The Last of Us ตอนแรก
Beartai Buzz รีวิว The Last of Us ตอนแรก

อีกจุดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คงหนีไม่พ้นการแสดงของทั้งเปโดร ปาสคาล กับ เบลลา แรมซีย์ ที่บอกได้เลยว่าแม้แคสต์ด้านรูปลักษณ์ภายนอกจะห่างไกลจากเกมมาก แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพที่ปาสคาลสามารถถ่ายทอดความแหลกสลายของตัวละครโจเอล ในขณะที่แรมซีย์ก็ถ่ายทอดความแสบและความแกร่งของเอลลี ได้อย่างหมดจด จนความ ‘ไม่เหมือนในเกม’ ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปเพราะการแสดงของทั้งคู่ดีพอที่จะทำให้ผู้ชมติดตามและลุ้นกับชะตากรรมของพวกเขาได้เป็นอย่างดี